Cosplay

เมื่อสิบกว่าปีก่อนตอนที่กิจกรรมคอสเพลย์เดินทางจากญี่ปุ่นมาแพร่หลายในประเทศไทย เหล่าผู้ร่วมกิจกรรมหรือคอสเพลย์เยอร์ในขณะนั้นคงนึกไม่ถึงว่า กิจกรรมเล็กๆอันแสนสนุกของพวกเขากำลังจะก้าวเดินและเติบโตไปในทางที่พวกเขาเองก็ไม่อาจคาดเดาได้....

เวลาผ่านไปกิจกรรมคอสเพลย์เป็นที่รู้จักกว้างขวางมากขึ้น จากงานเล็กๆที่จัดกันเองในหมู่ผู้ชื่นชอบที่เหล่าผู้จัดต้องควักเนื้อระดมทุนกันเองตามมีตามเกิด กลับกลายเป็นงานใหญ่โตที่มีสปอนเซอร์เป็นสินค้าแบรนด์ดังจนทำให้สินค้าทั้งหลายแทบจะแย่งกันเป็นผู้จัด จากรางวัลเล็กๆน้อยๆพอเป็นค่ารถกลับบ้าน(ซึ่งแทบจะไม่มีใครสนใจเลยเมื่อเทียบกับความสนุกที่ทุกคนได้รับ) กลับกลายเป็นเงินรางวัลหลักหมื่นจนไปถึงการไปเที่ยวต่างประเทศ จากงานรวมตัวของผู้ที่ชื่นชอบในสิ่งเดียวกัน พบปะพูดคุยในเรื่องของมังงะ อนิเมและดนตรีที่ตนชื่นชอบ กลายเป็นดั่งโคลีเซียมที่มีเหล่าแกลดิเอเตอร์ออกมาฆ่าฟันกันจนกว่าจะตายไปข้างหนึ่ง....

(......ขณะที่เรากำลังตั้งข้อสังเกตุเกี่ยวกับมาตรฐานของงานประกวดคอสเพลย์แต่ละงานในประเทศของเรา ในวาบหนึ่งของความคิด ผมกำลังสงสัยว่าในปีหนึ่งๆ ในประเทศไทยของเรามีงาน"ประกวด"คอสเพลย์ทั้งหมดกี่งานกันแน่ แล้วในประเทศญี่ปุ่นซึ่งเป็นต้นกำเนิดของคอสเพลย์ล่ะ แต่ละปีเขามีงาน"ประกวด"คอสเพลย์กี่งานกัน? แล้วงานที่ใหญ่ระดับประเทศ(หรืออาจจะระดับโลก)อย่างเช่นงานคอมิคมาร์เก็ตล่ะเขามีการประกวดคอสเพลย์หรือไม่? ถ้ามีเขาจะมีบรรทัดฐานในการตัดสินอย่างไร? ถ้าไม่มี...เพราะอะไรถึงไม่มี? แล้วคอสเพลย์เยอร์ชาวญี่ปุ่นเขาคิดอย่างไรกับการประกวด? งานประกวดบางงานจะเป็นงานประกวดระดับโลกตามชื่อหรือเปล่า?...
.
.
.
ถ้าผมหาคำตอบให้กับคำถามที่วาบขึ้นมาในความคิดเหล่านี้ได้ ไม่แน่ว่าผมอาจจะได้คำตอบเกี่ยวกับมาตรฐานของงาน"ประกวด"คอสเพลย์ที่เหมาะสมก็ได้.......แต่เสียดาย....ที่ผมยังเขลานัก....)

ถึงแม้จะน่าดีใจที่กิจกรรมเล็กๆเมื่อสิบกว่าปีก่อนกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางอย่างทุกวันนี้ แต่ถ้ามองถึงสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกันแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าเหล่าผู้บุกเบิกในครั้งนั้นจะยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น.....

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เราจะพูดถึงในวันนี้ครับ เพราะประเด็นที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็คือกิจกรรมเล็กๆอีกอย่างที่แตกหน่อแยกกอออกมาจากวงการคอสเพลย์ นั่นก็คือการที่เหล่าคอสเพลย์เยอร์พากันหอบหิ้วประดาชุดสุดรักแลเครื่องประกอบ(หรือมีศัพท์เรียกกันในวงการว่า"ออปชั่น") หลีกหนีจากงานคอสเพลย์ออกไปหาสถานที่สำหรับถ่ายรูปกันเป็นการส่วนตัว ซึ่งเรียกกันว่า"ไพรเวทคอสเพลย์" หรือที่นิยมเรียกกันให้สั้นลงไปอีกว่า"ไพรเวท"นั่นเอง

สำหรับคอสเพลยเยอร์ทั้งหลายนอกจากชุดและอุปกรณ์ประกอบที่ถูกต้องสมบูรณ์ตามต้นแบบแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันนั่นก็คือภาพที่ถ่ายออกมาแล้วดูดีและมีอารมณ์ภาพใกล้เคียงกับต้นแบบมากที่สุด จึงทำให้หลายคนกว่าจะนำรูปถ่ายในชุดคอสเพลย์ของตนออกมาเผยแพร่(ทั้งแบบสาธารณะและไม่สาธารณะ) จะต้องนำรูปเหล่านั้นผ่านกระบวนการ GMO โดยโฟโต้ช็อปกันขนานใหญ่

แต่ถึงแม้จะผ่านกระบวนการ GMO มากมายแค่ไหน ก็ดัดแปลงได้แต่เพียง"หน้าตา" แต่สิ่งสำคัญที่ไม่อาจแก้ไขได้ในรูปก็คือ"สถานที่"นั่นเองครับ ยกตัวอย่างเช่น คุณคอสเป็นพ่อบ้านเซบาสเตียนด้วยชุดที่ตรงตามแบบเป๊ะ แต่งหน้าอย่างดี โพสท่าอย่างงดงาม แต่ฉากหลังกลับเป็นโต๊ะขายโดจิน ผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ หรือกองทัพช่างภาพที่กำลังรุมถ่ายรูปอาเบะกำลังนั่งอยู่บนม้ายาว เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้อารมณ์ของภาพลดหายไปเกือบหมดแล้วล่ะครับ

ด้วยเหตุผลข้างบนนี้เองทำให้คอสเพลย์เยอร์หลายคนตัดสินใจออกเดินทางค้นหา"สถานที่"ซึ่งสวยงามและเหมาะสมที่สุดสำหรับชุดและความรู้สึกของพวกเขา จนกลายมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า"ไพรเวทคอสเพลย์"นั่นเอง (แต่ความเป็นจริงแล้ว เหตุผลของการดั้นด้นค้นหาครั้งนี้มีอีกเยอะนักครับ บางเหตุผลก็น่าเห็นใจ เช่นบางคนรู้สึกไม่ค่อยชอบที่ๆคนพลุกพล่านเท่าไหร่ เนื่องจากอาจจะก่อความเสียหายกับชุดและอุปกรณ์แสนรักของตนได้ แต่บางเหตุผลฟังแล้วรู้สึกปิติสลดใจกึ่งฮาปนสังเวชยังไงก็ไม่ทราบ ก็ว่ากันไปตามความพอใจของแต่ละคนครับ)

และสิ่งที่ผมจะพูดถึงในวันนี้ก็คือสถานที่ซึ่งเหมาะสม(และบางที่ก็เป็นที่ยอดนิยม)สำหรับการไพรเวทคอสเพลย์นั่นเองครับ.....

1.ซากตึกร้างเมืองทองธานี - หนึ่งเสี้ยวแห่งฝัน หนึ่งซากแห่งอดีต
สถานที่แห่งแรกของเราจะเริ่มกันที่นอกกรุงเทพฯก่อนครับ เราจะไปกันที่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ไปยังสถานที่ซึ่งตามสถานะแล้วเป็นเพียงโครงการบ้านจัดสรรเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วสถานที่แห่งนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นเมืองเล็กๆเมืองหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งปริมาณผู้อยู่อาศัยนับหมื่น สาธารณูปโภคครบครัน รวมถึงหนึ่งในศูนย์การประชุมอันลือชื่อของไทยที่ชื่อว่า"อิมแพ็ค" ใช่แล้วครับสถานที่แห่งแรกของเราก็คือ"เมืองทองธานี" นั่นเอง

จากทางเข้าด้านถนนติวานนท์ เมื่อเลี้ยวเข้ามาในเมืองทองธานี คุณจะเข้าสู่ถนนที่ชื่อว่า"บอนด์สตรีท" สองฟากฝั่งของถนนนี้จะเต็มไปด้วยหมู่ตึกน้อยใหญ่มากมาย แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายของเราครับ เราจะเดินทางต่อไปอีกหน่อย เลยโรงแรมอีสติน เลคไซต์มาเล็กน้อย จะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายสำหรับไปยังศูนย์ประชุมอิมแพ็คและอาคารธันเดอร์โดม(ที่ใช้จัดคอนเสิร์ต AF อยู่บ่อยๆ) แต่เราจะตรงไปครับ เลยทางแยกมาหน่อยจะเห็นรั้วสังกะสียาวตลอดไปจนถึงอาคารสำนักงานที่ดินปากเกร็ด นี่แหละครับคือเป้าหมายของเรา



หมู่อาคารร้างแห่งนี้ประกอบไปด้วยตึกสูงเรียงรายกันเป็นแถว แต่ละตึกสูงประมาณ 20-30 ชั้น แต่เดิมเป็นทรัพย์สินของ บ.บางกอกแลนด์ เจ้าของเมืองทองธานี แต่ตอนนี้หมู่อาคารเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของบรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทยหรือ บสท.ไปแล้ว คาดว่าน่าจะมาจากพิษต้มยำกุ้งแหละครับ

สถานที่แห่งนี้เราจะเห็นได้บ่อยในรูปถ่ายของการไพรเวทคอสเพลย์ เนื่องจากภาพของตัวอาคารที่ดูยิ่งใหญ่ให้อารมณ์ของภาพที่สวยงาม ทำให้ไม่เพียงแต่คอสเพลย์เยอร์เท่านั้นที่นิยมใช้สถานที่นี้ ช่างภาพมือสมัครเล่นและมืออาชีพต่างก็ชื่นชอบสถานที่นี้เช่นกัน เพราะมีมุมมองหลากหลายให้เลือก จะเป็นอารมณ์ของตึกสูงก็ได้ หรือจะเป็นซากปรักพังก็ยังได้ แต่ก็อย่างที่บอกไปครับ สถานที่แห่งนี้ได้เปลี่ยนมือเจ้าของไปแล้ว อาจจะทำให้การใช้สถานที่ต้องขลุกขลักบ้างเล็กน้อย

และอีกข้อจำกัดหนึ่งก็คือ ความที่สถานที่แห่งนี้เป็นตึกร้าง ทำให้มันกลายเป็นสถานที่ไม่ปลอดภัยหลายประการ อาทิเช่นถูกใช้เป็นสถานที่มั่วสุมเสพยาเสพติด หรือใช้เป็นสถานที่หลบนอนของคนต่างด้าวลักลอบเข้าเมือง ประกอบกับความเป็นตึกร้างของมัน ทำให้ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆทั้งสิ้น หากท่านต้องการภาพมุมสูงหรือภาพในบางจุดที่อยู่ชั้นบนๆ ก็อาจจะต้องออกแรงเดินกันหน่อยครับ และก็ขอแนะนำให้ไปกันเยอะๆหน่อยเพื่อจะได้เป็นหูเป็นตาให้กันได้ ปลอดภัยไว้ก่อนดีกว่าครับ

ถ้าคุณต้องการจะถ่ายรูปที่นี่ให้ได้จริงๆ ก็ขอแนะนำให้ติดต่อขอใช้สถานที่กับ บ.บางกอกแลนด์เสียก่อนครับ เพื่อความปลอดภัยและจะได้ไม่มีปัญหากับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลตึก(แต่ก็อย่างที่บอกไปครับ หมู่ตึกนี้เปลี่ยนมือไปเป็นของบสท.แล้ว ผมไม่แน่ใจว่าการขออนุญาตกับ บ.บางกอกแลนด์จะสามารถทำได้หรือไม่ ก็ต้องลองติดต่อดูครับ)

แต่ถ้าคุณคิดว่ามันยุ่งยากเกินไปจะใช้วิธีจรยุทธ์โดยแอบเข้าไปถ่ายรูปก็ได้ครับ เป็นสิทธิ์ของคุณ แต่ก็เตือนไว้ก่อนนะครับว่า ถ้าหากเกิดเหตุอะไรขึ้นคุณไม่มีสิทธิ์เรียกร้องความรับผิดชอบอะไรทั้งสิ้น เพราะคุณเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาตนี่ครับ รับผิดชอบตัวเองล่ะกัน

หมายเหตุ : ถ้าคุณอ่านแล้วรู้สึกว่าลำบากลำบนเหลือเกิน ก็ยังมีหมู่อาคารตามสองข้างทางถนนบอนด์สตรีทก่อนถึงตึกร้างนี้อยู่ครับ หมู่อาคารที่ว่านี้มีคนอยู่อาศัยหลายตึกแล้ว ขอให้ลองสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของแต่ละตึกดูครับ



2.ชุมทางรถไฟบางซื่อ - สุสานม้าเหล็ก
สถานที่แห่งนี้อยู่ในกรุงเทพครับ ใกล้กับหมอชิต 2 นี่เอง การเดินทางก็ถือว่าสะดวกสบายเพราะว่าเป็นต้นสายของรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟธรรมดา แถมยังสามารถเดินเท้าเข้ามาจากทางหมอชิต 2 ได้อีก ก็เลือกเส้นทางเอาตามสะดวกครับผม

เนื่องจากที่นี่เป็นชุมทางรถไฟ ดังนั้นสิ่งที่ต้องมีแน่ๆและเยอะมากด้วยนั่นก็คือรางรถไฟและโบกี้รถไฟเก่าๆครับ หากต้องการบรรยากาศของรถไฟล่ะก็ที่นี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีแห่งหนึ่ง บวกกับพื้นที่โดยรอบที่เป็นทุ่งหญ้าทำให้ได้บรรยากาศต่างจังหวัดอย่างดีทั้งๆที่อยู่ใจกลางกรุงเทพฯ และอย่างที่บอกไปครับ ที่นี่มีโบกี้รถไฟเก่าๆเยอะแถมพื้นที่โดยรอบยังเป็นทุ่งหญ้า ดังนั้นอาจจะเป็นที่มั่วสุมของคนหลายๆแบบได้ ดังนั้นถ้าจะไปใช้สถานที่นี้ก็ควรติดต่อเจ้าหน้าที่เสียก่อนและก็ต้องไปกันเยอะๆด้วยครับ อย่างน้อยจะได้ดูแลกันได้

3.สวนรถไฟ - ร่มรื่นรื่นรมย์
ยังอยู่ในละแวกหมอชิตครับ สถานที่นี้อยู่ใกล้กับสวนจตุจักรนี่เองแต่จะอยู่ลึกเข้าไปด้านในอีกครับ เป็นสวนสาธารณะที่มีบรรยากาศดีอีกแห่งหนึ่ง ทำให้มีทั้งคอสเพลย์เยอร์และช่างภาพทั่วไปมาใช้บริการที่นี่กันเยอะมาก ประกอบกับเป็นความเป็นสวนสาธารณะทำให้ที่นี่มีความสะดวกสบายมากกว่าสองที่ที่ผ่านมา



และเพราะที่นี่เป็นสวนสาธารณะนี่เองครับ ทำให้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยเท่าไหร่ เพราะมีคนมาใช้บริการเยอะ แต่สิ่งที่ควรระวังก็คือการถ่ายรูปต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่นครับผม



4.สวนสาธารณะต่างๆ - ทางเลือก
ในกรณีที่ไม่สะดวกไปสวนรถไฟ ก็อาจจะเป็นสวนสาธารณะอื่นๆก็ได้ครับผม ตามแต่ที่ท่านจะสะดวก ก็เช่นเดียวกับสวนรถไฟครับ ไม่ว่าจะถ่ายรูปอะไร อย่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนครับ

5.ร้านน้ำชา ร้านกาแฟ - สงบเงียบ สบายตา แต่ราคาก็.......
ในสภาพสังคมอันเร่งรีบของเมืองหลวงทุกวันนี้ การหาความสงบเงียบเป็นส่วนตัวสำหรับนั่งพักผ่อนหรือพูดคุยกันดูจะเป็นสิ่งที่หาได้ยากเต็มที หลายคนต้องการมุมสงบเพื่อหลีกหนีความจอแจของเมืองหลวงแห่งนี้ และเมื่อมี Demand ก็ย่อมต้องมีผู้ค้นหา Supply มาสนองความต้องการเป็นธรรมดา ร้านน้ำชาหรือกาแฟจึงถือกำเนิดขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของชาวเมืองฟ้าอมรจนได้

สิ่งแรกที่คุณจะได้สัมผัสภายในร้านเลยก็คือความสงบเป็นส่วนตัว การตกแต่งที่ดูสะอาดสะอ้านสบายตา เมื่อบวกกับเครื่องดื่มชั้นดีซักแก้วนี่ก็น่าเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน และเช่นเดียวกันครับ บรรยากาศสวยๆแบบนี้จะรอดสายตาคอสเพลย์เยอร์ไปได้อย่างไร เราจะลองยืมตัวคุณพ่อบ้านเซบาสเตียนมาอีกครั้งก็ได้ นึกภาพเซบาสเตียนที่กำลังเสิร์ฟชายามบ่ายให้กับนายน้อยของเขาในบรรยากาศอันแสนสบายของร้านดูสิครับ ใช่แล้ว!....มันต้องเป็นภาพที่สวยงามอย่างที่เราคิดกันไว้เลยใช่มั้ยครับ.......

กลับมาสู่ความเป็นจริงครับ ถึงแม้ร้านเหล่านี้จะตบแต่งอย่างสะอาดสะอ้านและสวยงาม แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนมานั่นก็คือ"ราคา"ครับ สำหรับร้านที่ดูดีแบบนี้ ราคาของอาหารและเครื่องดื่มคงจะไม่เริ่มที่ 20-30 บาทแน่นอนครับ ส่วนใหญ่ก็จะเริ่มต้นที่ 50-60 บาทขึ้นไป (บางร้านอาจจะเริ่มต้นที่ 100 บาทกันเลยครับ) และถ้าหากคุณจะไปใช้สถานที่ของเขาถ่ายรูปโดยไม่สั่งอะไรเลย เชื่อว่าเจ้าของร้านคงจะไม่ยินดีซักเท่าไหร่ครับ (รวมถึงประเภท "สั่งแก้วเดียวนั่งทั้งวัน" แบบนี้เจ้าของร้านก็ลำบากใจเช่นกันครับ) และบางร้านก็ไม่ยินดีให้ถ่ายรูปเท่าไหร่ จะด้วยเหตุผลอะไรนั้นก็เป็นสิทธิส่วนตัวของเขาครับ

ดังนั้นหากคุณจะใช้สถานที่อย่างร้านน้ำชา-กาแฟล่ะก็ ควรจะสอบถามทางร้านก่อนจะดีกว่าว่าอนุญาตให้ถ่ายรูปได้หรือไม่ และถ้าหากเขาอนุญาตล่ะก็ ควรจะอุดหนุนเครื่องดื่มและอาหารของเขาบ้างนะครับ เพื่อที่เขาจะได้มีความรู้สึกที่ดีๆกับคอสเพลย์เยอร์ แล้วพวกเราก็จะได้มีสถานที่สวยๆเป็นตัวเลือกสำหรับการไพรเวทครั้งต่อๆไปครับ



6.มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(ABAC) วิทยาเขตบางนา - บรรยากาศเมืองนอกในเมืองไทย
คราวนี้เราจะเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยกันบ้างครับ ม.ABAC บางนาแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องความหรูหราในหลายๆอย่าง เช่น ลานจอดรถของที่นี่ซึ่งมีคนพูดกันเล่นๆว่า เป็นเหมือนมอเตอร์โชว์ขนาดย่อมๆ เนื่องจากมีรถหรูๆมากมายหลายยี่ห้อมาจอดประชันกัน และอีกสิ่งที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กันนั่นก็คือความสวยงามของสถานที่ครับ อาคารหลายแห่งของที่นี่ถูกสร้างขึ้นตามแบบสถาปัตยกรรมของฝั่งยุโรปที่ดูสวยงามราวกับมหาวิหารมากกว่าจะเป็นสถาบันการศึกษา และด้วยความงดงามอันนี้เองครับ น่าจะทำให้ที่นี่เป็นเป้าหมายหนึ่งที่คอสเพลย์เยอร์ทุกคนต้องการที่จะเก็บภาพของตนกับชุดสุดรักเอาไว้ชื่นชม



แต่ก็อย่างที่บอกไปครับ ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยแล้วก็เป็นมหาวิทยาลัยเอกชนเสียด้วย ทำให้ที่นี่มีกฏระเบียบต่างๆมากมาย ช่างภาพคอสเพลย์คนหนึ่งเคยเล่าให้ผมฟังว่า การขออนุญาตใช้ที่นี่มีการคิดค่าเช่าเป็นรายชั่วโมงกันเลยทีเดียว และเท่าที่ฟังราคามาก็น่าหนักใจอยู่เหมือนกันสำหรับคอสเพลย์เยอร์ส่วนใหญ่ ดังนั้นถ้าคุณคิดจะใช้สถานที่แห่งนี้ก็โปรดสอบถามเรื่องราคาเสียก่อนครับ
 
7.รีสอร์ท โรงแรม ที่พักต่างๆ - วันสบายๆแบบเป็นส่วนตัว
สำหรับข้อนี้....ก็เป็น"ไพรเวท"กันจริงๆล่ะครับ ในวันพักผ่อนสบายๆกับความเป็นส่วนตัว ในห้องพักชั้นดี คอสเพลย์เยอร์บางท่านก็ลงทุนหอบหิ้วชุดติดตัวไปพักผ่อนกันด้วย ประมาณว่าถ่ายรูปเสร็จแล้วก็เปลี่ยนชุดไปสนุกกันต่อได้เลย ฟังดูแล้วก็น่าอิจฉาดีครับ บางท่านก็ถือโอกาสไปพักผ่อนด้วยในตัวเลย แต่ผมได้ยินมาว่าบางท่านก็ลงทุนเปิดห้องโรงแรมหรูๆเพื่อถ่ายไพรเวทกันโดยเฉพาะเลยทีเดียว แต่ไม่ว่าจะแบบไหนก็นับถือในความวิริยะอุตสาหะจริงๆครับผม....

และเช่นเคยครับ การจะถ่ายรูปในสถานที่แบบนี้ก็ย่อมต้องระวังไม่ให้รบกวนคนอื่น และขออนุญาตเจ้าของสถานที่ก่อนเป็นดีที่สุด (เว้นแต่จะถ่ายรูปในอยู่ห้องพักของคุณ อันนี้ก็ตามสะดวกครับ)

8.สโมสรประจำหมู่บ้าน - ส่วนตัว ส่วนกลาง
อันนี้ก็เป็นอีกทางเลือกที่สะดวกดีครับ ไม่ต้องหอบหิ้วชุดไปไหนไกลๆ แถมสถานที่ก็คุ้นเคย ทำให้น่าจะเป็นอีกตัวเลือกสำหรับทุกท่านนะครับ แต่สถานที่อย่างสโมสรประจำหมู่บ้านแบบนี้ ก็ต้องบอกตามตรงว่าท่านที่อยู่หมู่บ้านโครงการใหญ่ๆหรูๆน่าจะได้เปรียบกว่า เพราะว่าสโมสรของหมู่บ้านแบบนั้นมันก็คงไม่ตบแต่งแบบตามมีตามเกิดอย่างแน่นอนล่ะครับ

9.ภายในบ้าน - ส่วนตัว....เข้ามาอีกหน่อย
จากเมื่อกี้เราไปกันที่สโมสรของหมู่บ้าน คราวนี้เราจะขยับเข้ามาใกล้อีกหน่อยมาถึงในบ้านกันเลยครับ(จะเป็นบ้านตัวเองหรือบ้านเพื่อน อันนี้แล้วแต่นะครับพ่อแม่พี่น้องงงงง) หลายท่านอาจจะชอบใจที่นี่มากกว่าสโมรสรเสียอีก เพราะไม่มีคนอื่นมาวุ่นวาย มีแต่คนกันเองทั้งนั้น เปลี่ยนชุดก็สะดวกสบาย อาหาร-เครื่องดื่มพร้อม ไม่ต้องกังวลกับสายตาของรปภ.หรือพนักงาน จะมีอะไรสะดวกไปกว่านี้อีกจริงมั้ยล่ะครับ

แต่ก็ด้วยข้อจำกัดเช่นเดียวกับสโมสรประจำหมู่บ้านครับ การไพรเวทภายในบ้านแบบนี้ท่านใดที่ฐานะทางบ้านค่อนข้างดีหน่อยก็จะได้เปรียบกว่าเพราะว่ามีการตบแต่งที่ดูดีกว่า บางบ้านก็มีสระน้ำส่วนตัวด้วยยิ่งเป็นอุดมมงคลมากขึ้นไปอีกครับ ภาพที่ออกมาก็จะสวยงามมากขึ้น แต่เรื่องแบบนี้ก็เข้าทำนองลางเนื้อชอบลางยาครับ ฟันธงลงไปไม่ได้หรอกว่าอันไหนดีที่สุด แล้วแต่ความชอบของแต่ละท่านครับ

10.ภายในห้องนอน - ส่วนตัว......อย่างแท้จริง
ทีนี้แหละครับ....ส่วนตัวกันอย่างแท้จริง อย่างจะโพสท่าอย่างไรก็ตามสะดวกเลยครับ จะเก็กมาดเท่ จะออกท่ารั่ว ก็ไม่ต้องใส่ใจอะไร หรือแม้แต่จะถึงขั้น"ขึ้นกดบทอัศจรรย์"ก็ไม่มีใครว่าครับ เพราะเป็นห้องส่วนตัวของคุณเอง (ยังไงตอนเผยแพร่รูปคุณก็เลือกได้อยู่แล้วล่ะครับ ว่าจะเผยแพร่แบบ"สาธารณะ"หรือ"ไม่สาธารณะ")

คำเตือนในการใช้สถานที่นี้ก็คือ........เก็บกวาดให้เรียบร้อยก่อนนะครับ ไม่งั้นอายเค้าแย่ (ฮา)
.
.
.
.
.
.
.
ทั้ง 10 สถานที่ที่ว่ามาทั้งหมดนี้แม้จะแตกต่างกันบ้างแต่ก็เหมือนกันอยู่ที่ข้อควรจำสำหรับท่านที่ต้องการถ่ายไพรเวทครับ

1. ขออนุญาตใช้สถานที่ให้เรียบร้อย (ในกรณีที่เป็นที่ส่วนบุคคล)
2. ต้องไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับผู้อื่น
3. ระมัดระวังท่าทางในการถ่ายรูป ควรหลีกเลี่ยงฉาก"เข้าพระเข้านาง"ทั้งหลายเป็นดีที่สุด (ยกเว้นสถานที่ในข้อ 10 ไว้ที่นึงล่ะครับ ในห้องส่วนตัวแบบนั้น จะสอนอ่านแม่กดของมูลบทบรรพกิจกันจนจบยังได้เลยครับ)


เอาล่ะ ในที่สุดก็เขียนจบจนได้ ทั้งหมดนี้เขียนจากประสบการณ์ส่วนตัวของผมเองล่ะนะครับ จะมีผิดบ้างพลั้งไปก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ส่วนท่านใดมีข้อมูลเพิ่มเติมหรืออยากจะแนะนำสถานที่อื่นๆเพิ่มเติมอีกก็เชิญได้เลยครับผม ถือว่ามาแบ่งปันความคิดเห็นกัน


ขอให้สนุกกับการไพรเวทนะครับผม.....

 

 

 

/////////////////////////////////////////////////

 

 

ของแถม 

ไปลองเล่นที่นี่มา.... http://bizinformation.org/th  ปรากฎว่าได้.....165 ล้านบาทแน่ะ ถ้ามันแลกเป็นเงินจริงๆได้ก็ดีสินะ เหอๆๆๆ