//////////////////////////////////////////////

.............อยากรู้มั้ยว่ามีอะไรอยู่ในความมืด.................

.............อยากรู้มั้ยความมืดจะให้อะไรกับคุณได้บ้าง..............

..............รู้มั้ย บางสิ่งก็ไม่สามารถหาได้ในแสงสว่าง..............


+-+-+-+-+- ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ประตูแห่งความมืด +-+-+-+-+-



+-+-+-+-+- ......................."มาตุลี"..................... +-+-+-+-+-


//////////////////////////////////////////////






+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


กรุงเทพฯ.......................... 23.30 น.

ดึกสงัดอย่างนี้ สำหรับบางที่อาจเป็นเวลาพักผ่อน แต่ไม่ใช่สำหรับกรุงเทพฯ แม้จะเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว ที่นี่ก็ยังคงสว่างไสวด้วยแสงสีราวกับว่าไม่รู้จักการหลับไหล ผู้คนยังคงพลุกพล่าน มีทั้งคนที่เพิ่งเลิกงาน คนที่เพิ่งกลับจากการเที่ยวเตร่ แต่สำหรับบางคนงานของเขาเพิ่งเริ่ม...................

ที่ร้านลาบริมถนนแห่งหนึ่ง หญิงวัยกลางคนในชุดผ้ากันเปื้อนและหมวกสีขาว กำลังสาละวนทำอาหารให้กับลูกค้า อาหารจำพวกลาบ น้ำตก ถือเป็นอาหารพื้นๆที่ถูกปากคนไทยแทบทุกชนชั้น บวกกับราคาที่ไม่แพงเกินไปนัก จึงไม่แปลกที่ร้านแบบนี้ยังไม่สูญหายไปในกระแสอันเชี่ยวกรากของวัฒนธรรมตะวันตก....................

ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง ลูกค้าเริ่มบางตาลง แม่ค้าจึงได้มีโอกาสพักผ่อนบ้าง ขณะที่เธอกำลังนั่งฟังวิทยุอยู่นั่นเอง ลูกค้ากลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามาที่ร้าน พวกเขามากันสองสามคน แต่งกายตามปรกติ ใบหน้าดูเคร่งขรึมราวกับกังวลอะไรบางอย่างอยู่ หนึ่งในนั้นสะพายถุงทะเลมาด้วย เมื่อเลือกที่นั่งได้แล้ว แม่ค้าก็เข้ามาทักทาย

"สวัสดีค่า รับอะไรดีคะคุณ ลาบ น้ำตก ส้มตำ อาหารตามสั่งมีค่ะ......"  เธอทักทายลูกค้าตามปรกติ แต่อาหารที่ลูกค้าสั่งมาทำให้เธอเหลือบมองด้วยสายตาคมกล้า.........

"....ลาซานญ่า...." หนึ่งในนั้นสั่งอาหาร ถ้าเป็นร้านอาหารปรกติ คนสั่งคงถูกเจริญพรญาติโยมไปเรียบร้อยแล้ว ฐานสั่งอาหารอิตาลีในร้านลาบ

"จะรับแบบไหนดีคะคุณ" หญิงกลางคนถามมาด้วยท่าทางปรกติ

"มาตุลี" คนเดิมตอบมา แม่ค้าถามต่อทันทีราวกับเป็นเรื่องปรกติ

"ต้องการงานแบบไหนคะ"

"คุ้มกัน และขนส่ง" ชายที่สะพายถุงทะเลเป็นคนตอบ พร้อมกับปลดถุงทะเลลงจากไหล่ เปิดออกให้เห็นธนบัตรใบละ 1000 บาท เป็นฟ่อนกองอยู่เกือบเต็มถุง

"นี่เงินล่วงหน้า 20 ล้านอีก 20 ล้าน จ่ายเมื่อพัสดุถึงจุดหมาย"

หญิงกลางคนมองทุกคนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะพูดกับชายที่ถือเงินว่า

"ช่วยนับให้ป้าดูหน่อยได้มั้ยคะ มือป้าเปื้อนอยู่.............."


หลังจากนับเงินเสร็จ แม่ค้าก็รับถุงทะเลไปเก็บไว้ใต้รถเข็นของเธอ แล้วก็หันมาบอกลูกค้าว่า

"ขอวิธีติดต่อคุณด้วยค่ะ ถ้าหาสิ่งที่คุณต้องการได้แล้ว ป้าจะติดต่อไป"

"ป้าจะไม่ถามเลยเหรอ ว่าเราจะทำอะไร....." หนึ่งในนั้นถาม แม่ค้ายกมือห้าม

"ไม่ใช่เรื่องที่ป้าต้องสนใจหรอก คุณจ่ายเงิน ป้าหาของ แค่นั้นก็พอแล้ว" เธอตอบอย่างไม่ไยดี.............

หลังจากลูกค้ากลับไปแล้ว หญิงกลางคนก็หยิบมือถือขึ้นมา ก่อนจะกดเบอร์และรอจนอีกฝ่ายรับสาย.......ก่อนจะพูดเรียบๆกับปลายสาย

"มาตุลีเหรอ มีงานถึงคุณแน่ะ มารับงานด้วยล่ะกัน..............."



*************************************


นนทบุรี................17.30 น.

ที่คลีนิกเล็กๆแห่งหนึ่งซึ่งมีคนไข้นั่งรออยู่ 4-5 คน ดูเผินๆก็เหมือนกับคลีนิกทั่วๆไป ที่แตกต่างออกไปก็คือ การตบแต่งภายในที่ออกแนวโกธิคสีขาวสะอาดสร้างบรรยากาศสงบสำหรับคนไข้  ธรรมดาคนที่มาคลีนิคย่อมหมายถึงว่าต้องเจ็บป่วย การที่ตบแต่งสวยงามเกินไปนั้น อาจทำให้คนไข้รู้สึกกดดันได้ การตกแต่งด้วยสีเรียบๆจึงเหมาะสมที่สุด................

"คุณสำรวย รับยาค่ะ............"

พยาบาลสาวที่นั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์เรียกคนไข้มารับยา สักพักหนึ่งหมอก็เดินออกมาพร้อมกับคนไข้

ถ้าในบรรดาคนไข้ที่นั่งอยู่มีแมวมองจากบริษัทจัดหานายแบบล่ะก็ เชื่อว่าพวกนั้นคงนั่งไม่ติดแน่ เพราะใบหน้าที่สวยหวานกว่าผู้หญิง ผมยาวสลวยสีดำขลับ  และดวงตาสีน้ำทะเลนั้น ย่อมเป็นที่ต้องการสำหรับโมเดลลิ่งทุกแห่งเป็นแน่ และใบหน้าอย่างนี้แหละที่ทำให้คนไข้หลายคนเข้าใจผิดว่าหมอหนุ่มคนนี้เป็นผู้หญิงออกบ่อย.........

หมอหนุ่มเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ ก่อนจะยื่น Karte ให้พยาบาลพร้อมกับสั่งการ

"คุณอ้อมครับ เดี๋ยวจ่ายยาตามนี้ด้วยนะครับ" ประโยคต่อมาเขาหันมาพูดกับคนไข้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเสียงทุ้มนุ่ม  "สำหรับคุณนี่ อีก 2 อาทิตย์หมอจะนัดตรวจใหม่อีกทีนะครับ"

"ขอบคุณมากเลยครับคุณหมอ แหม...สมัยนี้หายากนะครับ คลีนิกดีๆราคาถูกๆอย่างเนี้ย" คนไข้ชราพูดชื่นชมทำเอาหมอยิ้มเขินๆ.........

"แหม.....พูดอย่างงี้ผมก็อายแย่สิครับ"   เขายืนคุยกับคนไข้อื่นๆซักพัก จนทุกคนกลับไปหมดแล้ว จึงหันมาถามพยาบาลสาว..........

"คุณอ้อมครับ นี่ผมมีนัดตรวจใครอีกมั้ยนี่ครับ"  เธอพลิกดูสุมดนัดครู่หนึ่งก่อนตอบว่า

"ไม่มีแล้วนะคะ คุณหมอจะกลับเลยก็ได้ค่ะ อีกครึ่งชั่วโมงจะปิดแล้วไม่ใช่เหรอคะ"

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมรอดีกว่า เผื่อมีคนไข้ฉุกเฉิน"  พูดจบหมอหนุ่มก็หันหลัง เดินกลับไปยังห้องตรวจโรค แต่ยังไม่ทันเข้าห้องเสียงโทรศัพท์ที่เคาน์เตอร์ก็ดังขึ้น..........

"ภคพลคลีนิกค่ะ..........อยู่ค่ะ.......ค่ะ ซักครู่นะคะ" พูดจบเธอก็หันมาเรียกหมอ "คุณหมอคะ มีโทรศัพท์ค่ะ"

"โอนสายเข้ามาในห้องผมเลยครับ"  เขาหันมาบอก ก่อนจะเดินเข้าห้องไป


ที่โต๊ะทำงาน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพูดด้วยเสียงปรกติ..............

"สวัสดีครับ ผม ดร.ภคพล พงศ์พิสุทธิ์ครับ..........."

"เตรียมรถทรงได้.......องค์อินทร์จะเสด็จแล้ว" เสียงปลายสายทำให้แววตาของหมอหนุ่มส่องประกายวาบขึ้นมา ก่อนที่ฝ่ายนู้นจะวางสายไป

หมอซินเนอร์วางหูโทรศัพท์ ก่อนจะถอดเสื้อกาวน์ออกแขวนไว้ และหยิบกุญแจรถเดินออกมาที่เคาน์เตอร์

"คุณอ้อมครับ บังเอิญผมมีธุระด่วนต้องไปก่อน รบกวนปิดคลีนิกด้วยนะครับ"

"ได้ค่ะคุณหมอ เอ่อ พรุ่งนี้คุณหมอไม่มีนัดนะคะ แล้วจะเข้ามามั้ยคะนี่" พยาบาลถาม

"ขอดูก่อนนะครับ ถ้าไม่เข้าเดี๋ยวผมจะโทรบอก" พูดจบหมอหนุ่มก็เดินออกมายังรถโฮลเด้น คาเล่ส์ สีดำของเขา  ก่อนจะขึ้นไปนั่งและขับออกไป.................





*************************************


รถของหมอภคพลขับเข้ามาในที่จอดรถของอาคารสำนักงานแห่งหนึ่งย่านสีลม เขาลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในอาคาร ผ่านเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปที่ลิฟต์ โดยไม่มีคำถามอะไรทั้งสิ้นจากรปภ.

หมอหนุ่มกดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้น 60  เมื่อขึ้นมาถึง เขาเดินไปยังห้องๆหนึ่งติดป้ายไว้หน้าห้องว่า "ห้องผู้บริหาร" ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปในห้อง.................

"สายัณห์สวัสดิ์ คุณภคพล นั่งก่อนสิ" เสียงทักทายดังมาจากชายผมขาวซึ่งยืนจิบไวน์อยู่ริมหน้าต่าง...

"สวัสดีครับ มาตุลี"  ชายหนุ่มทักทายตามมารยาท พลันสายตาเขาก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งผมเผ้ารุงรัง แต่งกายด้วยชุดกางเกงยีนส์ และเสื้อยืดสีดำ คลุมทับด้วยแจ็คเก็ตมีฮู้ด กำลังนั่งซดเบียร์สิงห์ไลท์อยู่ที่โซฟารับแขก..............

"หวัดดีหมอ..........ยังหน้าสวยอยู่เหมือนเดิมนะ หึๆๆ" นั่นเป็นคำทักทายของชายผมดำกับภคพล.............

"นี่นายก็ถูกเรียกมาด้วยเหรอเนี่ยเวย์แลนด์...."  ภคพลตั้งคำถาม............

"เอาล่ะ...." ชายผมขาวพูดพร้อมกับวางแก้วไวน์ไว้ที่โต๊ะทำงาน ก่อนจะเดินมานั่งที่โซฟา "เชิญนั่งก่อน คุณภคพล เราจะได้คุยเรื่องงานกัน............."




+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Comment

Comment:

Tweet

เปลี่ยนเอามาลงที่นี่แล้วใช่มะลุง

จะได้ตามมาอ่านต่อ open-mounthed smile

#2 By 13th on 2010-04-08 20:13

จบตอนหลอ อ่านแล้วยังแอบงงอยู่

#1 By ซันจิคุง on 2010-04-07 18:08