นอยโทร่า จิลก้า - รักนะ...แต่ไม่แสดงออก

บอกกล่าวเล็กน้อย : ผู้เขียนมีความนิยมในคู่นอยโทร่ากับเนลเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงอาจมีข้อความที่ไม่ถูกใจบางท่านบ้าง ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย 


ในบรรดาเหล่าลูกสมุนของจอมกบฎไอเซ็น โซสึเกะ ถ้าไม่นับมือซ้ายและขวาคืออิชิมารุ งิน และโทเซ็น คานาเมะซึ่งเป็นยมฑูตเหมือนกันแล้ว ชื่อของกลุ่ม"เอสปาด้า"ก็ย่อมเป็นผู้ที่ไอเซ็นไว้ใจให้เป็น"ดาบ"เพื่อคอยฟาดฟันศัตรูของตนอย่างไม่มีข้อสงสัย (เอสปาด้า - Espada เป็นภาษาสเปน แปลว่า "ดาบ") เช่นเดียวกับที่อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ ไว้ใจหน่วยองค์รักษ์ SS มากกว่าเหล่าขุนทหารของตน

กลุ่มเอสปาด้าประกอบด้วยเหล่ายอดฝีมือจำนวนทั้งสิ้น 10 คน ซึ่งจะเรียงลำดับหมายเลขกันตามความสามารถในการต่อสู้ ซึ่งผู้ที่ผมจะหยิบมาพูดถึงในวันนี้ก็คือ เอสปาด้าหมายเลข 5 ซึ่งมีนามว่า "นอยโทร่า จิลก้า"

ครั้งแรกที่นอยโทร่าปรากฎตัวออกมาในเรื่องบลีช สิ่งที่สะดุดตาของผมนั้นไม่ใช่หน้าตาที่บ่งบอกความร้ายกาจอย่างชัดเจนของเขา หรือท่าทียียวนกวนประสาทขณะที่กำลังแดกดันอุลคิโอร่าหลังจากกลับออกมาจากการพูดคุยกับโอริฮิเมะ แต่มันกลับเป็นกระบังคอที่ตั้งชันราวกับแม่เบี้ยของพญาอสรพิษ ในตอนนั้นผมนึกในใจว่า ร่างปลดปล่อยของหมอนี่คงไม่แคล้วจะเป็นงูแน่นอน (แต่ก็ผิดคาดที่กลายเป็นตั๊กแตนไปซะได้) อีกอย่างนึงที่ผมนึกสงสัยก็คือ ฝีมือของหมอนี่จะร้ายกาจแค่ไหนกัน เพราะว่าตอนนั้นอ.คุโบะยังไม่ได้ระบุมาว่าหมายเลขของนอยโทร่าคือหมายเลขเท่าไหร่ จวบจนกระทั่งอิจิโกะและพรรคพวกบุกเข้าสู่ฮูเอโก้ มุนโด้ นั่นแหละ นอยโทร่าและง้าวอันเท่าฝาบ้านของเขาจึงค่อยๆแสดงความร้ายกาจออกมาให้ปรากฎ

แต่สิ่งที่น่าสนใจจริงๆของนอยโทร่ากลับปรากฎออกมาให้เห็นในตอนที่เขาประมือกับอิจิโกะและได้พบกับเด็กน้อยที่ชื่อว่าเนล หรือเนลิเอล อดีตเอสปาด้าหมายเลข 3 ซึ่งเขาเป็นผู้ลากเธอลงจากตำแหน่งนั้นเอง

ในอดีต นอยโทร่าเคยร่วมงานกับเนล(ซึ่งสมัยนั้นยังคงมีรูปร่างเป็นผู้ใหญ่ธรรมดาๆอยู่)ตามคำสั่งของไอเซ็นในการค้นหาแอดจูคัสและวาสโทรเด้มาเพื่อเสริมกำลังทัพ แต่ความสัมพันธ์ของสองคนนี้จัดว่าไม่ราบรื่นนัก เพราะนอยโทร่ามีความเชื่อฝังหัวอยู่อย่างนึงว่า "การมีพวกเพศเมียในสนามรบเป็นเรื่องน่ารังเกียจ" เขาจึงไม่ค่อยจะเชื่อฟังคำสั่งของเนลนักและก็มักจะท้าสู้กับเธออยู่บ่อยๆ แม้ว่าในขณะนั้นตัวของเขาจะเป็นเพียงเอสปาด้าหมายเลข 8 ไม่ใช่หมายเลข 5 อย่างปัจจุบัน

หลายต่อหลายครั้งที่เขาประมือกับเนลแล้วก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้ แต่เนลไม่คิดที่จะเอาชีวิตของเขาเลย ราวกับว่าจะต้องการสั่งสอนให้เจ้าหนุ่มคนนี้ได้รู้สำนึกถึงระดับของพลังที่แตกต่างกัน แต่ทว่าด้วยความเหยียดเพศของเขาทำให้นอยโทร่ากลับยิ่งผูกใจเจ็บมากยิ่งขึ้นไปอีก จนถึงขั้นที่ยอมร่วมมือกับจอมเจ้าเล่ห์อย่างซาเอล อพอลโล เพื่อกำจัดเนลให้พ้นๆไปเสีย

ถ้ามองเผินๆ ก็อาจจะเป็นแค่การล้างแค้นของชายที่ถูกหญิงหยามศักดิ์ศรี เพราะหลายครั้งที่เนลแสดงที่ท่าคล้ายกับการดูหมิ่นความอ่อนแอของนอยโทร่าออกมาซึ่งๆหน้า ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ย้อนอดีตในตอน 312 ซึ่งกล่าวถึงตอนที่นอยโทร่าเสียทีถูกฮอล์โลว์รุมทำร้ายจนปางตาย แต่เขาก็รอดมาได้ด้วยน้ำมือของเนลนั่นเอง

แต่ตัวผมเองกลับมองในมุมที่แตกต่างออกไป เป็นไปได้ไหมว่าสาเหตุที่นอยโทร่าแค้นเคืองเนลถึงขนาดนั้นจะเป็นเพราะว่าเขานั้นไม่อาจก้าวขึ้นไปเท่าเทียมกับจันทราที่เขาหมายปองได้.........

ถ้าจะถามว่าอะไรที่ทำให้นอยโทร่าหลงรักเนล เรื่องนี้อาจจะอธิบายได้ด้วยเรื่องที่เราเห็นกันในการ์ตูนญี่ปุ่นบ่อยๆ นั่นก็คือเรื่องราวของเด็กนักเรียนหนุ่มที่หลงไหลในเพื่อนสาวซึ่งเพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างทั้งหน้าตาและความสามารถ กรณีของนอยโทร่านี้อาจจะเข้าข่ายเดียวกันก็ได้ เนลนั้นเพียบพร้อมทั้งความสามารถและรูปโฉม ประกอบกับนอยโทร่าเองนั้นก็ชมชอบในการต่อสู้อยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่เขาอาจจะพึงใจในเอสปาด้าสาวคนนี้ การที่เขาท้าเนลสู้หลายต่อหลายครั้งนั้น อาจจะเป็นเพราะว่าต้องการให้เนลหันมาสนใจเขาบ้างเท่านั้นเอง

แล้วทำไมต้องใช้วิธีนี้ในการเรียกร้องความสนใจด้วยล่ะ เรื่องนี้ตอบได้ไม่ยากครับ ก็เพราะนิสัยของนอยโทร่าที่คิดถึงแต่การต่อสู้นั่นแหละทำให้เขาคิดว่าถ้าเขาสามารถชนะหรือเท่าเทียมกับเนลได้ เธอก็อาจจะเหลียวมามองเขาบ้าง

แต่อะไรล่ะที่ทำให้ความรักของนอยโทร่านั้นบิดเบี้ยวไปได้มากมายถึงขนาดนี้ ก็อย่างที่กล่าวไว้ในตอนแรกครับ นอยโทร่านั้นนอกจากจะชมชอบการต่อสู้แล้วเขายังมีความรู้สึกเหยียดเพศอยู่ในจิตใจด้วย หลายต่อครั้งที่เนลมีท่าทีเหมือนกับดูหมิ่นเขา ดังเช่นคำตอบในตอนที่ 312 ที่นอยโทร่าถามว่าทำไมเธอถึงมาช่วยเขา แล้วคำตอบที่ออกมาจากปากของเนลก็คือ

"ก็เพราะเจ้าอ่อนแอกว่าข้าน่ะสิ"

คำตอบนี้เป็นเหมือนการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนอยโทร่าอย่างจัง แม้จะรักมากมายแค่ไหนแต่เขาก็เคียดแค้นเธอได้มากไม่แพ้กัน เข้าทำนอง "แสนแค้นก็แสนรัก" นั่นเอง เมื่อความรักแปรเปลี่ยนเป็นความแค้น จึงไม่แปลกใจที่นอยโทร่าเลือกที่จะลบเนลออกจากชีวิตของเขาไป แต่ก็แค่เพียงทำให้เธอพ้นหน้าเขาไปเท่านั้น ตัวตนของเนลและความรู้สึกของเขากับเธอยังไม่ได้ถูกลบออกไปจากใจของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

ลองมองย้อนไปอีกนิด เราจะเห็นอีกปมหนึ่งที่ซ่อนอยุ่ นั่นก็คือทำไมเนลถึงยอมมาช่วยนอยโทร่า ทั้งๆที่เธอจะปล่อยให้เขาตายไปเสียก็ได้ เหตุผลเพียงแค่ว่าไม่อยากเสียเอสปาด้าไปนั้นดูจะอ่อนไปนิดหนึ่ง เป็นไปได้ไหมว่าเนลเองก็แอบมีใจให้กับนอยโทร่า แต่ด้วยทิฐิมานะทำให้เธอต้องให้เหตุผลอันแสนเย็นชานั้นกับนอยโทร่าไป ซึ่งมันก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเธอในภายหลัง......

ถ้าหากทั้งเนลและนอยโทร่าเลือกที่จะยอมเปิดใจให้กันสักนิด ไม่แน่ว่าเราอาจจะได้เห็นคู่รักเอสปาด้าก็ได้ แต่ก็นั่นแหละครับ ด้วยทิฐิมานะในใจของทั้งสองทำให้ทั้งคู่เลือกที่จะเย็นชาเข้าใส่กันตราบจนวันสุดท้าย

ความรักของนอยโทร่านั้นถ้าแทนด้วยเพลงสักเพลงหนึ่ง ก็คงไม่มีเพลงจะเหมาะไปกว่าเพลงของเกิร์ลลี่ เบอร์รี่ ที่ชื่อว่า "รักนะแต่ไม่แสดงออก" หรือถ้าจะนิยามให้สั้นลงไปกว่านั้นอีกก็คงจะใช้คำว่า "ซึนเดเระ" นั่นเอง
.
.
.
.
.
.
หลังการต่อสู้กับเคมปาจิจบลง ดาบสุดท้ายของนายเหนือแห่งหน่วย 11 ได้กระชากเอาวิญญาณของนอยโทร่าไป ซึ่งก็คือความใฝ่ฝันสูงสุดของผู้หลงไหลในการต่อสู้อย่างนอยโทร่านั่นก็คือการได้ตายในสนามรบนั่นเอง

ห้วงเวลาสุดท้ายก่อนลมหายใจจะหยุดลง ภาพที่นอยโทร่าเห็นนั้นก็คือเนลในร่างเด็กน้อยกำลังเอ่ยชื่อของเขาออกมา

นั่นอาจะเป็นอีกช่วงเวลาที่นอยโทร่ามีความสุขที่สุดก็ได้ เมื่อสิ่งที่สุดท้ายที่เขาจะได้เห็น ก็คือจันทราที่เขาหมายปองมาตลอดนั้นเอง...........

แม้ว่าจะยังไม่ได้เอ่ยคำว่ารักออกไป แต่ทว่า.....บางครั้งการเก็บความรักให้มันตายไปกับตัวของเราเองนั้นก็อาจจะทำให้เป็นสุขได้พอกัน เฉกเช่นประโยคอมตะของคุณหญิงกีรติจากนวนิยายเรื่อง "ข้างหลังภาพ" ที่ว่า

"แม้ฉันจะตายโดยปราศจากคนที่รักฉัน แต่ฉันก็อิ่มใจว่าฉันมีคนที่ฉันรัก"

 


*****************************************************



ฮินาโมริ โมโมะ - รอยร้าวแห่งกำแพงหมื่นลี้



ภาพแรกของฮินาโมริ โมโมะที่ปรากฎต่อผู้อ่าน Bleach ก็คือ สาวน้อยท่าทางขี้อาย ผู้รั้งตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 5 ซึ่งอยู่ใต้บังคับบัญชาของ ไอเซ็น โซสึเกะ

แต่เดิมนั้นโมโมะเป็นชาวเมืองลูคอนเช่นเดียวกับฮิตซึกายะ โทชิโร่หัวหน้าหน่วยพิทักษ์ที่ 10 ความสนิทสนมของทั้งคู่สังเกตุได้จากการที่เธอเรียกโทชิโร่ว่า"ฮิตซึกายะคุง" ต่างจากการเรียกหัวหน้าหน่วยคนอื่นๆ ซึ่งเธอมักจะใส่คำนำหน้านามว่า"หัวหน้า"ลงไปด้วยเสมอ

เช่นเดียวกับลูเคียและคนอื่นๆ โมโมะต้องการที่จะค้นหาชีวิตที่ดีกว่าให้กับตน เธอจึงสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนยมฑูต และเมื่อจบออกมาสิ่งที่เธอใฝ่ฝันก็คือ การได้เข้าสังกัดหน่วยพิทักษ์ที่ 5 ของไอเซ็น โซสึเกะ ซึ่งเธอเคารพและบูชาราวกับผู้ให้กำเนิด

และแล้วความฝันของเธอก็เป็นความจริง เธอได้เข้าสังกัดหน่วยพิทักษ์ที่ 5 และก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดนั่นก็คือ ตำแหน่งรองหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ ซึ่งตามปรกติต้องเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับหัวหน้าหน่วย แต่ด้วยนิสัยของโมโมะ เรื่องที่จะเดินเคียงกับไอเซ็นนั้น เธอคงไม่มีวันทำอย่างแน่นอน....สิ่งที่เธอเลือกก็คงจะเป็นการเดินตามรอยเท้าของไอเซ็นด้วยความเทิดทูนมากกว่า

กระทั่งวันหนึ่ง อิจิโกะและพรรคพวกบุกเข้าสู่เซย์เรย์เทย์เพื่อช่วยเหลือลูเคีย เหล่าหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ถูกเรียกเข้าประชุมเพื่อเตรียมการรับมือ ฮิตสึกายะเตือนโมโมะให้ระวังอิชิมารุ งินเอาไว้.......และนั่นเอง คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายทั้งหมด....

เช้าวันหนึ่งมีผู้พบศพของไอเซ็น โซสึเกะ ถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด โดยที่ไม่สามารถหาตัวฆาตกรได้ ถึงแม้จะเป็นเรื่องใหญ่ที่คนระดับหัวหน้าหน่วยพิทักษ์ถูกสังหารภายในเซย์เรย์เทย์ แต่ด้วยกระบวนการจัดการของโซลโซไซตี้อาจจะทำให้เรื่องนี้ดำเนินไปอย่างเรียบร้อยโดยไม่มีเหตุวุ่นวายอะไรเกิดขึ้น......ถ้าหากว่าผู้พบศพนั้นไม่ใช่ฮินาโมริ โมโมะ

ทันทีที่เห็นอิชิมารุ งินอยู่ในกลุ่มคนที่เข้ามาดูเหตุการณ์ด้วย คำเตือนของฮิตซึกายะในวันก่อนก็ผุดขึ้นมาในหัว โมโมะปักใจเชื่อทันทีว่าผู้ปลิดชีวิตของคนที่เธอเทิดทูนก็คือผู้นำแห่งหน่วยพิทักษ์ที่ 3 เธอพุ่งเข้าโจมตีเขาทันที แต่ก็ถูกขวางเอาไว้โดย คิระ อิซึรุ เพื่อนนักเรียนรุ่นเดียวกับเธอซึ่งมีตำแหน่งเป็นรองหัวหน้าหน่วย 3 ก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปกว่านั้น ฮิตซึกายะเข้ามาขวางทั้งสองเอาไว้ และสั่งให้นำตัวไปควบคุมไว้ทั้งคู่

ในห้องขัง รันงิคุ รองหัวหน้าหน่วย 10 ได้มอบเอกสารชิ้นหนึ่งให้โมโมะ มันคือจดหมายที่ไอเซ็นเขียนขึ้นในคืนก่อนที่จะถูกสังหาร และจดหมายนั่นก็จ่าหน้าถึงเธอ ไอเซ็นบอกกล่าวผ่านเนื้อความในจดหมายนั่นว่าผู้ที่คิดก่อกบฎในเซย์เรย์เทย์และจ้องจะสังหารตัวเขา ก็คือฮิตซึกายะ โทชิโร่ เพื่อนสนิทแต่เยาว์วัยของโมโมะนั่นเอง.....

แม้จะสับสนเพียงใด แม้จะคลางแคลงเพียงไหน สิ่งที่โมโมะทำก็คือการหันดาบเข้าใส่โทชิโร่ แม้ว่าดาบของเธอจะเต็มไปด้วยความสับสน ไร้กำลัง ไร้ความมั่นคง และที่สำคัญไร้ซึ่งสติที่จะควบคุมดาบอีกต่อไป ด้วยความคิดที่ตอกย้ำและเชื่อถืออยู่ตลอดว่า...."นี่คือคำพูดของหัวหน้าไอเซ็น"

จากทั้งหมดที่เล่ามา แสดงให้เห็นถึงความไม่มั่นคงทางอารมณ์อย่างยิ่งของฮินาโมริ โมโมะ ซึ่งในฐานะของรองหัวหน้าแล้ว เธอควรจะควบคุมอารมณ์ให้สงบได้มากกว่านี้ เป็นที่น่าคลางแคลงใจว่า ทำไมคนที่ขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์แบบเธอจึงก้าวขึ้นมาเป็นระดับรองหัวหน้าหน่วยได้

(ขออภัยที่ต้องใช้คำพูดรุนแรงแต่ถ้านี่เป็นกองทัพในยามศึกสงคราม ฮินาโมริ โมโมะจัดว่าเป็นทรัพยากรบุคคลที่ไร้ค่าที่สุด ถึงแม้จะมีฝีมือทางการรบแต่ก็ควบคุมตัวเองไม่ได้ และคนที่อยู่ในสถานะนี้สิ่งที่กองทัพจะทำได้ก็มีอย่างเดียวครับ นั่นคือกำจัดทิ้งเสีย....)

แต่ถ้าจะมองกันให้ลึกๆแล้ว สาเหตุที่โมโมะก้าวขึ้นมาเป็นรองหัวหน้าหน่วยได้ ก็เพราะความหัวอ่อน และความเทิดทูนในตัวไอเซ็นของเธอนั่นเอง จอมกบฎไอเซ็นจึงเลือกที่จะหลอกใช้ความเทิดทูนอันนี้วางหมากให้เธอเป็นผู้ก่อความวุ่นวายภายในเซย์เรย์เทย์ เพื่อที่จะบรรลุจุดมุ่งหมายของตัวเอง เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผนแล้ว เขาจึงลงมือกำจัดโมโมะทิ้งเสีย

(อ้างอิงจากบทพูดของไอเซ็นที่พูดกับ ฮิตซึกายะ หลังจากจ้วงโมโมะในห้องประชุม 46 ห้องวังกลาง)

สิ่งที่น่าขัดใจที่สุดเกี่ยวกับกระบวนการคิดของฮินาโมริ โมโมะก็คือเมื่อเธอหายจากอาการบาดเจ็บ หลังจากที่ไอเซ็นหนีไปฮูเอโก้ มุนโด้แล้ว สิ่งที่เธอแสดงออกมาก็คือการปิดหูปิดตาตนเอง สร้าง"เปลือก"ขึ้นมาในจิตใจว่า "หัวหน้าไอเซ็นเป็นคนดี หัวหน้าอิชิมารุหรือคนอื่น คงจะบีบบังคับหัวหน้าไอเซ็นแน่ๆ" และหลังจากนั้นเธอก็เลือกที่จะหลบเร้นตนเองเข้าไปใน"เปลือก"นั้น เพราะบางทีการหลอกตัวเองให้อยู่ในโลกที่สวยงามอาจจะทำให้เธอลืมความเจ็บปวดจากการถูกทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจก็ได้.....

แต่ทว่า ฮินาโมริ โมโมะ อาจจะลืมอะไรไปหนึ่งอย่าง...... แม้ว่าในเปลือกนั้น ภาพของ"หัวหน้าไอเซ็น"ของเธอจะยังงดงามอยู่ แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ภาพของไอเซ็น โซสึเกะ ก็คือจอมมารร้ายผู้ทรยศ ดังนั้นหากโมโมะ ไม่สามารถรับความเป็นจริงนี้ได้จนต้องสร้าง"เปลือก"ขึ้นมาเพื่อหลอกตนเอง เธอก็ควรจะอยู่ใน"เปลือก"นั้นตลอดไป นั่นน่าจะเหมาะสมที่สุดแล้วกับผู้ที่ไม่สามารถเผชิญหน้ากับความเป็นจริงได้อย่างเธอ.......ซึ่งมันก็คงดีกว่าการ"กำจัด"เธอทิ้งมิใช่หรือครับ.....

หลายคนอาจจะเคยดูถูกโอริฮิเมะไว้ว่าทำตัวเป็นเจ้าหญิงอ่อนแอ หรือว่านางเอ๊กกก...นางเอกในละครน้ำเน่าประโลมโลก ผมก็ต้องขออภัยที่จะต้องบอกว่า....ฮินาโมริ โมโมะ คนนี้แหละนางเอ๊กกก...นางเอกตัวจริง
.

.

.

.


หากจะเปรียบโซลโซไซตี้เป็นแผ่นดินจีนอันกว้างใหญ่ไพศาล......หน่วยทิทักษ์ทั้ง 13 ก็คงเปรียบได้กับกำแพงหมื่นลี้ที่พระเจ้าจิ๋นซีฮ่องเต้ได้สร้างขึ้นเพื่อปกปักรักษาแผ่นดินแลพสกนิกรของพระองค์นั่นเอง

แรกเริ่มเดิมที โมโมะเองคงไม่ได้หวังอะไรมากไปกว่าการได้เป็นเพียงหินก้อนเล็กๆหนึ่งก้อนที่ประกอบขึ้นเป็นกำแพงนี้ แต่น่าเสียดาย.....ที่จอมกบฏไอเซ็นได้เลือกที่จะทำลายหินก้อนเล็กๆก้อนนี้เสีย.....แม้สิ่งที่ถูกทำลายไปจะเป็นเพียงหินก้อนเล็กๆ ไม่ได้ทำให้ทุกส่วนพังทลายลง แต่มันก็ทำเกิด"รอยร้าว"บนกำแพงหมื่นลี้นี้เสียแล้ว....


การทำลายสิ่งที่แตกร้าวแล้วนี่.....มันคงไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงมิใช่หรือครับ.......




////////////////////////////////////////////////////////////

Comment

Comment:

Tweet

สงสารฮินาโมริ

#1 By Aizen Minako on 2012-08-01 22:05